วันที่ 26 มีนาคม 2569 ดร.สุปราณี สิทธิกานต์ คณบดีวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีนครพนม มหาวิทยาลัยนครพนม มอบหมายให้ ฝ่ายพัฒนานักศึกษาและวิเทศสัมพันธ์ นำโดยผศ.ดร.สุรชัย เฉนียง รองคณบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษาและวิเทศสัมพันธ์ ร่วมกับฝ่ายพัฒนาการศึกษา นำโดยผศ.ประไพรัตน์ แก้วศิริ รองคณบดี พร้อมด้วยอาจารย์ศิริรัตน์ อินทรเกษม รองคณบดีฝ่ายบริหารและพัฒนาทรัพยากร อาจารย์พยอม สินธุศิริรองคณบดีฝ่ายบริการวิชาการ และเสริมสร้างความเข้มแข็งแก่สังคม ผศ.พิพัฒน์พงศ์ เข็มปัญญาผู้ช่วยคณบดีฝ่ายบัณฑิตศึกษา วิจัยและนวัตกรรม ผศ.ดารุนนีย์ สวัสดิโชตติ์ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายบริการวิชาการ ผศ.ดร.เบญจยามาศ พิลายนต์ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายประกันคุณภาพการศึกษา และผศ.ดร.ชฎารัตน์ แก้วเวียงเดช ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายหลักสูตรและสิ่งสนับสนุนการเรียนรู้ ให้การต้อนรับและจัดโครงการพัฒนาศักยภาพนักศึกษาสู่ความเป็นเลิศด้านวิชาการระดับชาติและนานาชาติ โดยมี ดร.สุคันทอน สิงพวงเพ็ด ผู้อำนวยการวิทยาลัยวิทยาศาสตร์สุขภาพสะหวันนะเขต และ ดร.เพ็งคาน บุญวาสนา ผู้อำนวยการโรงเรียนสาธารณสุขคำม่วน สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร และคณาจารย์ จากทั้ง 2 สถาบัน เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีทางวิชาการระหว่างประเทศ ณ ห้องประชุมฟ้าทอตะวัน ชั้น 2 อาคารเฉลิมพระเกียรติ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีนครพนม มหาวิทยาลัยนครพนม
โดยโครงการได้รับเกียรติจากอาจารย์วิภาวรรณ สีหาคม อาจารย์กลุ่มวิชาการพยาบาลผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ บรรยายพิเศษทางวิชาการ หัวข้อ“การประยุกต์ใช้ AI ในการจัดการเรียนการสอนทางการพยาบาล” ซึ่งช่วยเปิดมุมมองใหม่ในการพัฒนาการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับบริบทโลกยุคดิจิทัล รวมถึงกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการจัดการเรียนการสอนแบบบูรณาการความเชื่อและวัฒนธรรมในการดูแลสุขภาพมารดาและทารก ตั้งแต่ระยะตั้งครรภ์ ระยะคลอด และระยะหลังคลอด ระหว่าง 3 สถาบัน โดยกลุ่มวิชาการพยาบาลมารดาทารกและการผดุงครรภ์ นำโดยอาจารย์ศิริภรณ์ เหมะธุลิน หัวหน้ากลุ่มวิชาพร้อมด้วย คณาจารย์ในกลุ่มวิชา นอกจากนี้ ยังมีการสาธิตการใช้หุ่นจำลองทางการพยาบาล (Sim Mom) เพื่อเสริมสร้างทักษะปฏิบัติทางวิชาชีพให้แก่นักศึกษาอย่างเสมือนจริง ตลอดจนการสรุปบทเรียนและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ร่วมกัน ซึ่งช่วยยกระดับสมรรถนะของผู้เรียนให้มีความพร้อมทั้งด้านวิชาการและการปฏิบัติ
โครงการดังกล่าวนับเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการพัฒนาศักยภาพนักศึกษาให้มีความรู้ ความสามารถ และทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 สามารถก้าวสู่ความเป็นเลิศทางวิชาการ และรองรับการเปลี่ยนแปลงของระบบสุขภาพในระดับชาติและนานาชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับความร่วมมือจากการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เสริมสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการระหว่างสถาบันการศึกษาทางการพยาบาลในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง





























