วันที่ 6 ตุลาคม 2569 วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีนครพนม จัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (Knowledge Management: KM) ด้านการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม ณ ห้องประชุมมิ่งนครพนม โดยมี ดร.สุปราณี สิทธิกานต์ คณบดีวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีนครพนม เป็นประธาน และมีอาจารย์ณฐมน โจมแพง ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายกิจการพิเศษและส่งเสริมภาพลักษณ์องค์กร เป็นผู้นำเสนอและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ซึ่งมีคณะผู้บริหาร คณาจารย์ บุคคลากรเข้าร่วม ณ ห้องประชุมมิ่งนครพนม ชั้น 2 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีนครพนม มหาวิทยาลัยนครพนม
กิจกรรมครั้งนี้มุ่งรวบรวม ถ่ายทอด และต่อยอดองค์ความรู้ที่เกิดจากงานวิจัย โครงการบริการวิชาการ และการบูรณาการความร่วมมือกับชุมชนและภาคีเครือข่าย เพื่อนำทุนทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นของจังหวัดนครพนมมาประยุกต์ใช้ในการส่งเสริมสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยมีองค์ความรู้สำคัญ 3 เรื่อง ได้แก่
“อาหารพื้นถิ่น 9 ชนเผ่า : จากภูมิปัญญาอาหารสู่จานสุขภาพ” องค์ความรู้นี้ได้จากโครงการ “การจัดการความรู้และถ่ายทอดนวัตกรรมเพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุเบาหวานในชุมชนด้วยนวัตกรรม ตัว ตัก ตวง: จานสุขภาพจากตำรับอาหาร 9 ชนเผ่า 12 อำเภอ จังหวัดนครพนม” โดยอาจารย์จรินทร โคตพรม ผู้ช่วยศาสตราจารย์พัชนี สมกำลัง และคณะ นำภูมิปัญญาอาหารพื้นถิ่นมาพัฒนาเป็น “12 เมนูอาหารถิ่น กินประจำ” โดยประยุกต์หลักการส่งเสริมสุขภาพ เน้นการปรุงแบบ “ไร้น้ำมัน ไม่เติมน้ำตาล” และกำหนดสัดส่วนอาหารที่เหมาะสม เพื่อส่งเสริมสุขภาพของผู้สูงอายุและผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในชุมชน
“แสกเต้นสากประยุกต์ : จากศิลปวัฒนธรรมสู่การออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ” องค์ความรู้นี้เกิดจาก โครงการยุวชนอาสาของวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีนครพนม โดยบูรณาการความร่วมมือกับสาขาวิทยาศาสตร์การกีฬา คณะวิทยาการการจัดการและเทคโนโลยีสารสนเทศ และชุมชนเจ้าของวัฒนธรรม นำศิลปวัฒนธรรม “แสกเต้นสาก” ของชาวไทแสกมาประยุกต์เป็นรูปแบบการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุ โดยยังคงอัตลักษณ์และจังหวะของวัฒนธรรมดั้งเดิม ควบคู่กับการส่งเสริมความแข็งแรง ความยืดหยุ่น และการทรงตัว
“EXactive Play : การละเล่นพื้นบ้านกับการส่งเสริม Executive Functions” องค์ความรู้นี้ได้จาก การศึกษาวิจัยด้านการส่งเสริมทักษะสมองส่วนบริหาร (Executive Functions: EF) โดยนำแนวคิด Active Play มาบูรณาการกับการละเล่นพื้นบ้านและบริบททางวัฒนธรรมของชุมชน ออกแบบกิจกรรมให้เด็กได้ “คิด–จำ–ตัดสินใจ–เคลื่อนไหว–ทำงานร่วมกัน” ช่วยพัฒนาทั้งทักษะทางกายและทักษะสมอง ควบคู่กับการเรียนรู้และสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นผ่านการลงมือปฏิบัติ
การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ครั้งนี้สะท้อนการนำ “ทุนทางวัฒนธรรม” มาสร้างคุณค่าด้านสุขภาวะ ตั้งแต่อาหารพื้นถิ่นสู่จานสุขภาพ แสกเต้นสากสู่การออกกำลังกายสำหรับผู้สูงอายุ และการละเล่นพื้นบ้านสู่กิจกรรมพัฒนาทักษะสมองในเด็ก เพื่อให้องค์ความรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่นได้รับการสืบสาน ต่อยอด และนำไปใช้ประโยชน์ต่อสุขภาวะของประชาชนและชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้แนวคิด “สืบสานภูมิปัญญา ต่อยอดองค์ความรู้ สู่นวัตกรรมเพื่อสุขภาวะของชุมชน”














